
“เราเลิกกันเถอะ ผมกำลังจะแต่งงานกับคนที่ผมรัก ผมเสียใจ ที่เราไปกันไม่ได้”
“พูดอะไรบ้างสิ ถ้าไม่พูดผมไปแล้วนะ”
ปึ๊ง!!!
เสียงปิดประตูกระแทกดัง
ภาพสาวน้อยทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับหยดน้ำตาที่ร่วงลงบนพื้น กับเสียงเพลงต้อนรับวันปีใหม่ที่แว่วดังขึ้น
บ่งบอกว่า เป็นเวลาของวันปีใหม่แล้ว
ในมุมเล็ก ๆ ของหัวใจของสาวน้อยมีเสียงตะโกนร้องออกมาอย่างไม่ได้ศัพท์
แต่อารมณ์ของเสียงนั้นมันบอกถึงความเงียบเหงาอันโหดร้ายเหลือเกิน
เวลาได้พรากเขาไปจากเธอแล้ว
เขาจากไปตั้งแต่วันนั้น
ภาพที่จำได้คือแผ่นหลังของเขา และ เงาที่ทอดยาวไปตามถนนที่เขาเดินจากไป
////////////////////////////////////////////////////////////
เสียงพลุจากภายนอกทำให้สติฉันกลับมาอีกครั้ง
ฉันปิดประตูร้านไปแล้ว และ เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เล็ก ๆ ปล่อยตัวให้หลังพิงพนักอย่างเหนื่อยอ่อน
ฉันนั่งเงียบ อยู่ในค่ำคืนของวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กับเสียงลมหายใจ
ได้แต่ดูเวลาของเข็มนาฬิกาที่ดูเหมือนจะค่อย ๆ เดินไปอย่างช้า ๆ
แม้แต่ผู้คนมากมายด้านนอกที่เดินผ่านไปมา ก็เดินกันเชื่องช้า เหมือนภาพฝัน
เสียงเพลงที่ดังแว่วมาพร้อมกับ ลมพัดโชยอ่อน ๆ เข้ามาทางช่องหน้าต่างที่ฉันเปิดไว้
ทำไมฉันจึงรู้สึกว่าลมนั้นมันรุนแรงและบาดผิวฉันลึกลงไปถึงหัวใจอันเงียบเหงาของฉันอย่างนี้
มันกลายเป็นกิจวัตรประจำคืนอำลาปีเก่าของฉันไปเสียแล้ว.....
ปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งแต่เวลา ห้าทุ่ม
จัดกาแฟพิเศษไว้สองที่ กับขนมเค้กชอคโกแลต ที่ฉันบรรจงทำเองกับมือโรยหน้าด้วยแมคคาเดเมียนัทลูกโต
จุดเทียน เปิดเพลงแจ๊ซเบา ๆ นั่งรอคอยการกลับมาของคน ๆ หนึ่ง
ฉันทอดสายตาออกไปด้านนอก ค่ำคืนนี้ คืนที่ทุกคน อยู่ร่วมกันกับคนที่ตนเองรักกับคนพิเศษ
ยิ้ม หัวเราะ สนุกสนาน รอเวลาที่จะข้ามผ่านคืน และ ยิ้มรับวันใหม่ปีใหม่ และการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แต่ทุกปีของคืนนี้
ฉันได้แต่นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ในดินแดนส่วนตัวของฉันที่บรรจงจัดแต่งอย่างปราณีต
เพื่อรอการกลับมาของคน ๆ หนึ่ง
ฉันยังคงรอ...กี่ปีมาแล้วนะ
นานเสียจนฉันเองก็เริ่มจำไม่ได้แล้ว
ปีนี้ฉันเองอายุเท่าไหร่แล้ว ฉันก็จำไม่ได้
รู้สึกเพียงแต่ว่า ลมหายใจของฉันมันเริ่มอ่อนล้าลงทุกที
และผมสีขาวโพลนของฉัน มันทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่สาวน้อยวัยเยาว์อีกต่อไปแล้ว
มีก็เพียงหัวใจที่ยังเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ มองไปที่ประตู

เคยมีคนบอกว่า “เวลาจะเป็นคำตอบ” แต่บางครั้งคำตอบก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
การที่เราไม่รู้อะไรเลย และปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไป มันดีเหมือนกัน
ทำในสิ่งที่อยากจะทำ มีความฝัน อยู่ด้วยความฝัน และ รอคอยในสิ่งที่ต้องการ
มันจะดีขนาดไหน
อย่างน้อย
“ฉันก็ยังมีฝัน และ ความรักในหัวใจ ที่รอคอยใครคนนั้นกลับมา แม้เพียงในฝันของฉันก็ตาม”
///////////////////////////////////////////////
ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที เสียงทุกเสียงรอบด้านเงียบไปแล้ว
อากาศเย็น จนฉันเห็นหมอกรอบตัวจาง ๆ
นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนะ
และฉันก็ได้ยินเสียง
เสียงฝีเท้าที่ฉันคุ้นเคย
เดินใกล้เข้ามา
ใกล้เข้ามา
และประตูก็เปิดออก
“ผมขอโทษ คุณคือคนที่ดีที่สุดของผม....
ขอบคุณที่ปล่อยให้ผมไปตามหาฝันของผม
ไปเถอะ ได้เวลาความฝันของคุณบ้างแล้ว ไปอยู่ด้วยกันนะ”
ชายคนนั้นที่อยุ่ตรงหน้า แต่งตัวด้วยชุดขาวสะอาด ยิ้มให้ฉันอย่างมีไมตรี ยื่นมือออกมาฉุดให้ฉันยืนขึ้น
ประคองบ่าฉันไว้
ฉันรุ้ว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพฝัน
แต่ถึงเวลาที่ฉันจะอยุ่ในฝันของฉันอย่างเป็นนิจนิรันดร์แล้ว
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
****เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยอ้างอิงจากสถานที่
และการเดินทางจริง ๆ ของผู้เขียน
โดยใช้ตัวละครสมมุติ อย่าเข้าใจผิดกันเลยนะเพื่อน ๆ
เจ้าของบ้านไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น.... 
หมายเหตุ: ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ ขอความกรุณาอย่านำเรื่องราวนี้ไปส่งต่อทาง Forward e-mail หรือเผยแพร่ผ่านสื่อใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน นอกจากจะทำ Link กลับมาที่หน้านี้โดยตรง ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง